Office for Rent ออฟฟิศให้เช่า

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เผยผลสำรวจภาพรวมตลาดออฟฟิศปีที่ผ่านมายังทรงตัว โตแค่ 7% ชี้หลังน้ำลด

“พลัส พร็อพเพอร์ตี้” เผยผลสำรวจภาพรวมตลาดออฟฟิศปีที่ผ่านมายังทรงตัว โตแค่ 7% ชี้หลังน้ำลดยังเติบโตไม่มากในช่วง 1-2 ปี ขณะที่ค่าเช่าปรับตัวสูงขึ้น 4% เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 17 บาทต่อตารางเมตร หรือ 498 บาทต่อตารางเมตร โดยทำเลทองยังอยู่ในโซนธนบุรี นนทบุรี เพลินจิต ชิดลม รัชดาภิเษก พญาไท และสุขุมวิท ซึ่งอาจรับอานิสงส์จากโรงงานที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมหาออฟฟิศสำรองเพื่อติดต่อประสานงาน…

เมื่อวันที่ 18 ม.ค. นายอนุกูล รัฐพิทักษ์สันติ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า การสำรวจตลาดอาคารสำนักงานในปีที่ผ่านมา พบอุปทานใหม่เพียง 1 อาคาร คือ โครงการพาร์ค เวนเจอร์ อีโคเพล็กซ์ จำนวน 27,000 ตารางเมตร ส่งผลให้มีพื้นที่อาคารสำนักงานสะสมในปัจจุบันจำนวน 7.641 ล้านตารางเมตร ลดลงจากปีที่ 2553 ประมาณ 1% โดยอัตราการเช่าพื้นที่ปี 2554 มีอุปสงค์เพิ่มขึ้น 0.5% มาอยู่ที่ 87% เนื่องจากเศรษฐกิจชะลอตัวจากภัยธรรมชาติ

สำหรับราคาค่าเช่าเฉลี่ยปี 2554 ปรับราคาเพิ่มขึ้น 4% หรือเพิ่มขึ้น 17 บาทต่อตารางเมตร จากปี 2553 มาอยู่ที่ 498 บาทต่อตารางเมตร เมื่อพิจารณาเป็นรายพื้นที่ พบว่า พื้นที่ธนบุรี นนทบุรี เพลินจิต-ชิดลม รัชดาภิเษก พญาไท และสุขุมวิท เพิ่มขึ้น 35%, 5%, 4%, 4%, 1% และ 0.3% ตามลำดับ ส่วนพื้นที่อื่นๆ ปรับราคาลดลงเพียง 0.3-3% โดยพื้นที่สำนักงานเกรดเอ ปรับราคาเพิ่มขึ้น 3% มาอยู่ที่ 640 บาทต่อตารางเมตร และเกรดบีลดลง 4% มาอยู่ที่ 467 บาทต่อตารางเมตร

จากสถานการณ์ปัจจุบันภาพรวมตลาดอาคารสำนักงานในปี 2554 นับว่ายังทรงตัวต่อเนื่องจากปี 2553 แม้ต้องเผชิญปัญหาอุทกภัยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี อย่างไรก็ตาม ยังพบว่าอุปทานใหม่มีการเติบโตได้เป็นระยะ และพอจะเห็นอุปสงค์ดูดซับได้ดีพอสมควร คาดการณ์ว่าในอนาคตตลาดอาคารสำนักงาน มีแนวโน้มขยายตัวอีกราว 7% หากโครงการก่อสร้างพื้นที่ประมาณ 500,000 ตารางเมตรแล้วเสร็จในจำนวนนี้มีอาคาร KPI อาคารอีควิน็อกซ์ เป็นต้น ที่เตรียมเปิดตัวในปี 2555 ซึ่งคาดว่าอุปสงค์จะยังมีการดูดซับได้แม้จะไม่สูงมากนัก เพราะภาวะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายหลังน้ำลด และการขยายกำลังการผลิตอาจจะยังไม่เติบโตมากนักใน 1-2 ปีนี้

ส่วนปัจจัยบวกที่ส่งผลต่อการเติบโตของตลาดอาคารสำนักงานในปี 2555 นั้น การขยายตัวของตลาดยังคงค่อยเป็นค่อยไป ส่วนใหญ่น่าจะเป็นการขยายพื้นที่ของสำนักงานเดิม หรือย้ายไปเพื่อให้เดินทางสะดวกมากขึ้น โดยส่วนใหญ่คนมองหาทำเลที่เดินทางสะดวก ใกล้รถไฟฟ้า หรือสามารถเข้าถึงได้ง่าย ประหยัดพลังงาน ตึกในส่วนที่เป็นพื้นที่เก่าจะเป็นการปรับปรุง หรือปรับราคาเช่าเพื่อให้ดึงดูดผู้เช่าใหม่มากขึ้น แต่หากมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจในภาคพื้นอาเซียน ประเทศไทยโดยเฉพาะกรุงเทพฯ ก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมในการมาเปิดธุรกิจของบริษัทข้ามชาติ ส่วนธุรกิจที่จำเป็นต้องหาออฟฟิศสำรอง น่าจะเป็นส่วนของโรงงานและคลังสินค้าที่ได้รับผลกระทบในช่วงที่ผ่านมา หรือมีการย้ายสำนักงานชั่วคราวเพื่อให้สามารถทำงาน และติดต่องานกับต่างประเทศได้

โดยในปีนี้จะมีการเตรียมการรองรับไว้หรือไม่ คงจะต้องขึ้นกับว่าจะมีปัญหาน้ำท่วมรุนแรงเหมือนปีที่ผ่านมาหรือไม่ ส่วนของโรงงานที่มีฐานการผลิตหลายที่ ก็มีการย้ายฐานมาสำรองเพิ่ม ในโซนที่คิดว่าปลอดภัย เช่น ย้ายมาที่แหลมฉบัง ระยอง ศรีราชา การจัดเตรียมพื้นที่ออฟฟิศสำรองของภาครัฐและเอกชน คิดว่าอาจจะเป็นแนวโน้มที่เป็นข่าวออกมาในช่วงที่มีน้ำท่วม แต่ในการทำงานจริงๆ คงต้องมีอีกหลายปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้อง หากมีการจัดการจริงคงจะเป็นเรื่องใหญ่ เพราะต้องมีการเตรียมการล่วงหน้าต้องมีเรื่องของการทำสัญญาเช่า ซึ่งระยะเวลาของสัญญาจะกำหนดกันอย่างไร

“การจะคิดแผนงานรองรับจำนวนคนและการเตรียมการ อาจจะต้องใช้เวลาและงบประมาณ ทั้งเรื่องของพื้นที่และระบบสาธารณูปโภคที่ต้องมีรองรับ อาจจะทำให้ตลาดคึกคัก แต่ก็ไม่แน่ใจว่าตลาดในส่วนไหน ที่จะได้รับอานิสงส์จากการเตรียมออฟฟิศสำรอง ในความเห็นมองว่าอาจจะเป็นออฟฟิศสำนักงานขนาดใหญ่ในเมืองที่มีราคาไม่สูงมาก น่าจะเป็นระดับ B และ C มากกว่า แต่ว่าอาคารเหล่านี้ก็ต้องยอมรับสัญญาระยะสั้นได้ และมีการรองรับในเรื่องการจัดการที่ดีด้วย”.

(Editor:keng) 

ขอบคุณที่มา www.thailand.com.co

Leave a Reply




XHTML: You can use these tags: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>